ReadyPlanet.com
dot
dot
สมุนไพรยุคใหม่
dot
bulletผลวิจัยสมุนไพรยุคใหม่
bulletผลวิจัยสมุนไพรต้านมะเร็ง
dot
ภาพสมุนไพรและสรรพคุณ
dot
bulletภาพสมุนไพร และสรรพคุณ จำนวน 712 ชนิด ( ชมภาพขนาด 500 X 375 Px)
dot
ประสบการณ์ ผู้ใช้สมุนไพร
dot
bulletประสบการณ์ที่ 1
bulletประสบการณ์ที่ 2
bulletประสบการณ์ที่ 3
dot
ข้อแนะนำในการใช้ยาสมุนไพรและยาแผนปัจุบัน
dot
bulletการใช้ยาสมุนไพรและยาแผนปัจจุบัน
dot
สรรพคุณสมุนไพร แก้โรคต่างๆ 42 โรค
dot
bullet แก้ไข้
bulletแก้ตกโลหิต/ห้ามเลือด
bulletแก้ตับทรุด ม้ามย้อย
bulletแก้ตานซาง
bulletท้องร่วง แก้บิด
bulletแก้นำเหลืองเสีย
bulletแก้ประดง
bulletแก้พิษเบื่อเมา
bulletแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย
bulletแก้พิษอักเสบ
bulletแก้ริดสีดวงทวาร
bulletแก้โรคตา
bulletแก้โรคผิวหนัง
bulletแก้โรคฟัน
bulletแก้โรคหู
bulletแก้สะอึก
bulletแก้เสมหะ ( คูถเสมหะ)
bulletแก้เสมหะ (ศอเสมหะ)
bulletแก้เสมหะ (อุระเสมหะ)
bulletแก้อักเสบ ฝี หนอง มะเร็ง
bulletแก้อาเจียน
bulletแก้ไอ ขับเสมหะ
bulletแก้ไอ หรืออาเจียนเป็นโลหิต
bulletขับปัสสาวะ และนิ่ว
bulletขับพยาธิ์ลำไส้
bulletขับลมในลำไส้ (บำรุงธาตุ)
bulletขับโลหิตระดู
bulletขับเหงื่อ
bulletเจริญอาหาร
bulletทำให้ถ่ายอย่างแรง
bulletทำให้ระบายท้อง
bulletทำให้อาเจียน
bulletบำรุงครรภ์รักษา
bulletบำรุงนำดี
bulletบำรุงนำนม/ขับนำนม
bulletบำรุงประสาท
bulletบำรุงปอด
bulletบำรุงโลหิต
bulletบำรุงเส้นเอ็น
bulletบำรุงหัวใจ
bulletฟอกโลหิตระดู
bulletอายุวัฒนะ
dot
การใช้สมุนไพร ยามเจ็บป่วย
dot
bulletอาการไข้ ตัวร้อน
bulletอาการไอ
bulletกลิ่นปาก และ แผลในปาก
bulletปวดฟัน
bulletปวดเจ็บท้อง จุกแน่น หรือแสบแน่นท้อง
bulletท้องเสีย ท้องเดิน
bulletท้องผูก
bulletอาเจียน
bulletผดผื่นคัน โรคผิวหนัง
bulletแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
bulletแผลอักเสบ สิว หนอง
bulletปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ
dot
ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ
dot
bulletยาสามัญประจำบ้าน 27 ขนาน ตามประกาศกระทรวง
dot
สูตรยาสมุนไพรโบราณ รักษาโรค 200 สูตร
dot
bulletยาแก้ขัดเบา
bulletยาแก้ไข้
bulletยาแก้ไข้ทับระดู
bulletยาแก้ไข้ท้องร่วง
bulletยาแก้ไข้ระงับพิษ
bulletยาแก้ไข้หวัด
bulletยาแก้ไข้หวัดใหญ่
bulletยาแก้ไข้หืด หัด สุกใส
bulletยาแก้ความจำเสื่อม
bulletยาแก้ความดันโลหิตสูง
bulletยาแก้งูสวัด
bulletยาแก้เด็กเป็นซาง
bulletยาแก้ตกเลือด
bulletยาแก้ตับทรุด
bulletยาแก้ตาแดง ตาเจ็บ
bulletยาแก้ตานขโมย
bulletยาแก้ต่อมทอนซิลอักเสบ
bulletยาแก้ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ
bulletยาแก้ท้องเดิน ท้องเสีย
bulletยาแก้ท้องร่วง
bulletยาแก้ท้องอืด
bulletยาแก้นิ่ว
bulletยาแก้บิด มูกเลือด
bulletยาแก้ปวดฟัน
bulletยาแก้ปัญหาทางเพศ
bulletยาแก้ปวดเมื่อย
bulletยาแก้ปวดหลัง
bulletยาแก้ปวดหู
bulletยาแก้พิษบาดทะยัก
bulletยาแก้ มดลูกอักเสบ
bulletยาแก้ระดูไม่มาตามกำหนด
bulletยาแก้ร้อนในกระหายนำ
bulletยาแก้โรคกระเพาะ
bulletยาแก้โรคกระษัย
bulletยาแก้โรคดีซ่าน
bulletยาแก้โรคตับ
bulletยาแก้โรคเบาหวาน
bulletยาแก้โรคมะเร็ง
bulletยาแก้โรคริดสีดวงจมูก
bulletยาแก้โรคริดสีดวงทวาร
bulletยาแก้โรคลมต่างๆ
bulletยาแก้โรคหนองใน
bulletยาแก้เหน็บชาและอัมพาต
bulletยาแก้อาการผิดสำแดง
bulletยาแก้ไอ
bulletยาขับปัสสาวะ
bulletยาขับและฆ่าพยาธิ
bulletยาชะลอความชรา
bulletยาดองเหล้า
bulletยาทารักษาบาดแผลสด
bulletยาทำให้ผิวพรรณสวยงาม
bulletยาบำรุงกระดูก
bulletยาบำรุงกำลัง
bulletยาบำรุงไต แก้กามตายด้าน
bulletยาบำรุงธาตุ เจริญอาหาร
bulletยาบำรุงร่างกาย
bulletยาบำรุงโลหิต
bulletยารักษาธาตุ
bulletยาลดไขมัน
bulletยาสตรีที่ประจำเดือนผิดปกติ
bulletยาสตรีปวดประจำเดือนมาก
bulletยาสตรีวัยทอง
bulletยาเสาธงเหล็ก
bulletยาหม่องนำ ดมแก้หวัด
dot
ยาอายุวัฒนะ
dot
bulletชุดที่ 1 จำนวน 12 ขนาน
bulletชุดที่ 2 จำนวน 27 ขนาน
dot
ยอดยาสมุนไพร ขนานเอก ยุค จิ๋นซีฮ่องเต้
dot
bulletสูตรไข่ดิบดองน้ำส้มสายชูหมัก
dot
ยอดตำรายาสมุนไพรไทย
dot
bulletตำรายาเหงือกปลาหมอ
bulletตำรายาหัวกวาวเครือ
dot
สมุนไพรที่น่ารู้จัก
dot
bulletเรื่องที ๑ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น
bulletเรื่องที่ ๒ สมุนไพร โสม
bulletเรื่องที่ ๓ เห็ดหลินจือกับแพทย์แผนปัจจุบัน
bulletเรื่องที่ ๔ สารสกัดจากเปลือกต้นสนมาริไทม์
dot
สาระน่ารู้ เคล็ดลับร้อยแปด
dot
bulletข่าวจากหนังสือพิมพ
bulletอาหารที่ทำให้อายุสั้น 10 อย่าง
bulletนมกับผลร้ายเมื่อดื่ม
bulletผลร้ายของการดื่มนม – ความลับด้านหลังดวงจันทร์
bulletประสบการณ์และข้อคิด อีกมุมหนึ่งของการดื่มนม
bulletอ่านสุขภาพจากการตรวจด้วยเทคโนโลยียุคใหม่
bulletเหตุที่คนญี่ปุ่นไม่ดื่มชาเขียวแช่เย็น
bulletเผยเคล็ดลับคนดังลดน้ำหนักอย่างได้ผล
dot
Updateข่าวสมุนไพร
dot
bulletข่าวจากหนังสือพิมพ์
dot
Newsletter

dot




เรื่องที่ ๓ เห็ดหลินจือกับแพทย์แผนปัจจุบัน article

เห็ดหลินจือ  เป็นเห็ดที่ได้รับการยอมรับมานานกว่า 2000 ปี  นับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้  เป็นต้นมา  ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน  นอกจากจะมีสรรพคุณเหนือชั้นกว่าแล้ว  ยังปลอดภัยไม่มีพิษใด ๆ ต่อร่างกาย
กล่าวกันว่า  เห็ดหลินจือ  ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น  ให้พลังชีวิตมากขึ้น  ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น  ทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ชัดเจนดีขึ้น  ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น  ทำให้ผิวพรรณและสีหน้าแจ่มใสอย่างเห็นได้ชัด  ป้องกัน และรักษาสิว  ฝ้า  ไปจนกระทั่งชะลอความแก่ทำให้ชีวิตยืนยาวออกไป
ในประเทศจีนนอกจากจะรู้จักใช้เห็ดหลินจือ  เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย  ชะลอความแก่และรักษาโรคต่าง ๆ ชาวจีนโบราณยังยกย่องให้เห็ดหลินจือเป็น “เห็ดศิริมงคล”  เป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิต  และโชคลาภ  เนื่องจากเห็ดหลินจือมีลักษณะคล้ายใบพัด  มีก้านดั่งไม้เท้า  ชูดอกงามสง่า  เหมือนลวดลายโบราณที่เรียกว่า “หยู่อี้”  มีความหมายในทำนองสมใจปรารถนา  ดังจะเห็นได้จากบรรดารูปปั้นกังใส  หรือรูปเทพเจ้า  ฮกลกซิ่ว  และแปดเซียน  จะเห็นได้ว่ามีบางท่านถือเห็ดหลินจืออยู่ในมือ อุปมา  ดั่งคุณธรรมอันสูงสุดแก่ผู้มีไว้ในครอบครอง
 

เห็ดหลินจือกับแพทย์แผนปัจจุบัน

ในปี 1983 เห็นหลินจือได้ถูกบันทึกไว้ว่า  มีขึ้นอยู่ตามธรรมชาติถึง 113 สายพันธุ์  โดยมีอยู่ที่ประเทศจีนมากที่สุดถึง 86 สายพันธุ์ และสำหรับพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมีสรรพคุณทางยาที่สูงสุดคือ ชนิด “กาโนเดอร์มา ลูซิดั่ม”  (Ganoderma Lucidum)  ปัจจุบันสามารถเพาะเลี้ยงได้ในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย
กว่า 30 ปีมาแล้ว  ที่เห็ดหลินจือ  ได้รับความสนใจจากบรรดาแพทย์แผนปัจจุบัน  และนักวิทยาศาสตร์หลายประเทศได้ทำการวิจัยสมุนไพรชนิดนี้อย่างจริงจัง  มีเอกสารทางวิชาการเผยแพร่ออกมากว่า 100 ฉบับ  ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ในห้องปฏิบัติการ  ตรวจสอบโครงสร้างทางเคมีของเห็ด  พบว่าเห็ดหลินจือ มีองค์ประกอบทางเคมีที่เป็นประโยชน์มากกว่า 150 ชนิด  มีทั้งให้คุณค่าทางโภชนาการที่สูง  และสารออกฤทธิ์  สรรพคุณทางยาในการบำรุงและรักษา  และพอจะจำแนกสารออกฤทธิ์ได้ดังต่อไปนี้

  1. สารไตรเทอร์พีนอยด์ชนิดขม (Bitter Triterpenoid)

    สารไตรเทอร์พีนอยด์  เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่ไม่ใช่ไขมันแต่มีคุณสมบัติคล้ายไขมัน สารที่มีรสขมส่วนใหญ่จะอยู่ที่ดอกและก้าน  ใช้ในการจำแนกสายพันธ์ต่าง ๆ ของเห็ดหลินจือ  แต่ก่อนสันนิษฐานว่า ส่วนที่มีรสขมนี้เป็นส่วนสำคัญของตัวยาที่จะใช้รักษาโรค  แต่จากการวิจัยพบว่าเห็ดหลินจือจะต้องประกอบด้วยส่วนที่ไม่ขมอีกหลายอย่างที่มีสรรพคุณทางยาด้วย
    สารไตรเทอร์พีนอยด์ชนิดขม  เป็นกลุ่มของสารประกอบที่แตกต่างกันประมาณ 100 ชนิด แต่ส่วนที่มีความสำคัญในการรักษาโรคคือ กรดกาโนเดอริค (Ganoderic acid A, B, C1, C2, D-K, R-Z)  และกรดลูซิเดนิค (Lucidenic acid) ส่วนกรดกาโนเดอร์มิค (Ganodermmic acid) กรดกาโนเดอเรนิก (Ganoderenic) ลูซิโดน (Lucidone) กาโนเดอราล (Ganoderal) กาโนเดอรอลส์ (Ganoderols) กรดกาโนลูซิติค (Ganolucidic acid) และอื่นๆ พบได้ไม่มากนัก กลุ่มของสารเหล่านี้โดยเฉพาะกรดกาโนเดอริคเป็นตัวยับยั้งการหลั่งของสารฮีสตามิน (HJistamine-Release inhibition activity) ซึ่งเป็นตัวทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง  ช่วยลดความดันโลหิต (ACE-inhibiory activity) และช่วยลดไขมันในเลือด (Hypercholesterolemic activity) การลดไขมันนี้มีผลทั้งในด้านการป้องกันการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด (Antiartherogenic) และการบำบัดรักษาหลังจากเกิดการอุดตันแล้ว  (Antiarteroselerotic) นอกจากนี้ยังพบฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในตับ (Antihepatotoxic) ได้อีกด้วย

  2. พอลิแซ็คคาไรด์ (Polysaccharide)

    พอลิแซ็คคาไรด์เป็นน้ำตาลโมเลกุลใหญ่ซึ่งเป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่อาจเกาะติดกับโปรตีนหรือสารอื่น ๆ ในเห็ดหลินจือมีพอลิแซ็คคาไรด์หลายชนิดที่มีสรรพคุณทางยา ได้แก่  กาโนเดอรแรนส์ (Ganoderans A, B, C) ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด (hypoglycemic effect) จากการเพิ่มอินซูลินซึ่งทำหน้าที่ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด  สารเบต้าดีกลูแคน (Beta-C-Glucan) และพอลิเซ็กคาไรด์อีกหลายตัว  มีฤทธิ์รวมกันในการเพิ่มการสังเคราะห์โปรตีนในเลือด  ไขกระดูกและในตับ ช่วยลดการอักเสบ (Antiinflammation) กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิดบี-เซลล์ (B-cells)  และที-เซลล์ (T-cells) ซึ่งจากการทดลองจะเห็นการเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดของสารอิมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulin) สารอินเตอร์ลิวคิน (Interlllleukin) ทำให้เห็ดหลินจือมีผลในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันโรค (Immunomodulation) เมื่อทำการทดลองในสัตว์ก็พบว่าความสามารถในการปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกันนี้มีผลต่อเนื่องในการต่อต้านสารแพ้ (Anti-allelrgy) การต่อต้านเชื้อไวรัส (Antivirus)  การต่อต้านโรคมะเร็ง (Antitumour)  และการลดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้เคมีบำบัดและรังสีบำบัดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง  ในประเทศญี่ปุ่นมีการสกัดสารเบต้าดีกลูแคน  เพื่อใช้เป็นยาควบคู่กับเคมีบำบัดในผู้ป่วยโรคมะเร็งของกระเพาะอาหาร  นอกจากนี้ยังมีสารกึ่งเซลลูโลส (Hemicellulose)  ซึ่งเป็นอาหารที่มีกากยังช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งและพอลิแซ็กคาไรด์บางตัวก็ยังช่วยเพิ่มความแรงในการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiotonic action)

  3. เฮอร์โกสเตอรอล (Ergosterol)

    มีปริมาณอยู่เพียงเล็กน้อยแต่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย  ที่ตรวจพบในเห็ดราทั่วไปรวมทั้งเห็ดหลินจือก็คือ เออร์โกสเตอรอล (Ergosterol) หรือโปรวิตามินดี 2 (Provitamin D2)  ร่างกายสามารถเก็บสะสมไว้ใต้ผิวหนังเมื่อได้รับแสงอุลตร้าไวโลเลตจากแสงแดดก็จะสังเคราะห์เป็นวิตามินดี  เพื่อช่วยในการดูดซึมของแคลเซียม  ฟอสฟอรัสในลำไส้  และเสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน  ส่วนที่มีเฉพาะในเห็ดหลินจือก็คือ กาโนสเตอโรน (Ganosterone) หรือ กาโนโดสเตอโรน (Ganodosterone)  มีฤทธิ์ในการลดพิษที่มีต่อตับ  ในประเทศเกาหลีใช้เป็นยาบำรุงตับ  สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็งและโรคตับอักเสบ

  4. กลุ่มสารนิวคลีโอไทด์ (Nucleotides)

    มีค้นพบสารอะดีโนไซน์ (Aderosine) ที่เห็ดหลินจือซึ่งเป็นสารอินทรีย์ที่เป็นตัวเก็บพลังงานจากการหายใจและพร้อมที่จะแตกตัวให้พลังงานในระดับสูงออกมาเมื่อร่างกายต้องการ  จากการทดลองพบว่าสารอะดีโนไซน์ มีผลในการบรรเทาความเจ็บปวด (Analgesic)  และมีฤทธิ์เช่นเดียวกับ  กัวโนไซน์ (Gaunosine)  ซึ่งเป็นนิวคลีโอไทด์อีกตัวหนึ่งที่พบในเห็ดหลินจือ  ในการยับยั้งการรวมกลุ่มของเกร็ดเลือด (Platelet aggregation inhibition) จึงมีสรรพคุณในการป้องกันการอุดตันจากลิ่มเลือดในเส้นเลือด (Antithrombotic activity)  ทำให้ช่วยลดอัตราการเกิดโรคอัมพาต  อัมพฤกษ์ลงได้  และยังค้นพบ  สารอาร์เอ็นเอ (RNA) ชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติคล้ายอินเตอร์เฟอราน (Interferon-likesubstance)  ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส (Antivirus)  อัลคาลอยด์ (Alkaloids)  เป็นสารอีกตัวหนึ่งที่พบว่ามีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในหัวใจ  ลดแรงต้านทานในผนังเส้นเลือดของหัวใจ  ลดการใช้ออกซิเจนของกล้ามเนื้อหัวใจ  และเพิ่มความคงทนต่อภาวการณ์ขาดออกซิเจนเป็นเวลานานได้

  5. สารประกอบเยอร์มาเนียม (Germanium, Ge contents)

    เยอร์มาเนียมเป็นธาตุแข็ง  พบในโสมทั้งไป  ในกระเทียม  และพบมากในเห็ดหลินจือ  เป็นตัวส่งเสริมขบวนการทำงานของร่างกาย  สามารถรวมตัวและช่วยกำจัดสารพิษและสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ มีการใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบันเพื่อกำจัดพิษและอาการไม่พึงประสงค์  และยังพบว่าสามารถลดความเจ็บปวดในผู้ป่วยโรคมะเร็งได้
    ทั้งนี้นอกจากสารออกฤทธิ์ที่กล่าวถึงข้างต้น 5 กลุ่มแล้ว  ยังมีการค้นพบองค์ประกอบอื่น ๆ อีกหลายชนิดที่มีสรรพคุณทางยา  เช่น กรดไขมันชนิดโอเลอิค (Oleic acid)  และสารไซโคลอ็อกต้าซัลเฟอร์ (Cyclooctasulfur) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการหลั่งของฮีสตามีน  สารไกลโคโปรตีน (Glycoprotein)  บางชนิดมีฤทธิ์ต่อต้านความพิการของทารก (Antimutagen) มีโปรตีนที่เป็นเอ็นไซม์จำพวกไลโซไซม์ (Lysozyme)  โปรติเอส (Protease) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นยาปฏิชีวนะ  ทำหน้าที่ย่อยสลายเชื้อแบคทีเรีย  มีการค้นพบสารที่สามารถระงับอาการไอ  ขับเสมหะในผู้ป่วยหลอดลมอักเสบเรื้อรัง  สารที่ช่วยขยายหลอดลมในผู้ป่วยโรคหอบหืด  สารที่ช่วยลอกฝ้ากระ  และสารที่มีคุณสมบัติในการชลอความแก่
    ดังนั้น จะเห็นได้ว่าสรรพคุณของเห็ดหลินจือนี้มีมากมายและกว้างขวางเหมือนกับเป็นยาครอบจักรวาล  โดยเฉพาะส่วนใหญ่จะเหมาะกับผู้สูงอายุ (Aging) และวัยก่อนสูงอายุ (Pre-aging) ทั้งในด้านการป้องกันและการบำบัดรักษา  เพราะองค์ประกอบทั้งหมดของเห็ดหลินจือจะเกี่ยวข้องกับผู้อยู่ในวัยก่อนสูงอายุและโรคผู้สูงอายุทั้งสิ้น  ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน  ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดอุดตันในสมองและหัวใจ  ภาวะไขมันในเลือดสูง  โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง  อาการปวดเมื่อยอ่อนเพลีย  โรคมะเร็ง  และการชะลอความแก่  และเนื่องจากความเป็นอมตะของเห็ดหลินจือในประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าพันปี  และมีบรรดาแพทย์  นักวิทยาศาสตร์  นักวิจัยและผู้ให้ความสนใจที่ติดตามเรื่องราวอย่างใกล้ชิด  ต่างก็ยอมรับในคุณค่าของเห็ดหลินจือ  จึงมีรายงานการค้นคว้าวิจัยอย่างละเอียดในหลายประเทศ  ทั้งในด้านเภสัชวิทยา (Pharmacological study) การทดลอง (Experimental study)  และการศึกษาทางคลีนิกในการบำบัดรักษาผู้ป่วย (Clinical study) ซึ่งนับเป็นตัวอย่างที่ดีในการเป็นบรรทัดฐานของการศึกษา  วิจัยยาสมุนไพรที่เป็นวิทยาศาสตร์แผนปัจจุบัน
    นอกจากนี้ยังพบอีกว่า  หากสกัดเห็ดหลินจือเลือกเอาเฉพาะสารออกฤทธิ์บางตัวภายในเห็ดออกมาเพียงตัวใดตัวหนึ่ง  เพื่อนำไปรักษาให้ได้ผลเฉพาะตามต้องการ  ไม่สามารถใช้ในการรักษาได้ดีเท่ากับการใช้สารที่มีอยู่รวมกันในเห็ดทั้งดอก  และสำหรับสรรพคุณพื้นบ้านของเห็ดหลินจือที่ใช้บำรุงและรักษาโรคต่าง ๆ และได้บอกต่อ ๆ กันมามีดังนี้
    เป็นยาจีน (Traditional Chinese Medicine)  มานานนับเป็นพันปี  จัดเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์บำรุงร่างกาย (tonic herbs)  ยาอายุวัฒนะ (increase longivity)  ทำให้มีกำลัง (benefiting vital energy, boosting energy)  ผิวพรรณเปล่งปลั่ง  (improve the complexion)  ช่วยให้ความคิด และการตัดสินใจดีขึ้น (increased spiritual awareness and determination)  ทำให้สงบ ช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับ  สรรพคุณอื่น ๆ ได้แก่  ต้านมะเร็ง  รักษาโรคของตับ  ความดันโลหิตสูง  ขับปัสสาวะ  เป็นยาระบาย  ช่วยย่อย  รักษาหลอดลมอักเสบ  โรคปอด  ข้ออักเสบ  และลดน้ำหนัก
    ในยุคที่มีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสมัยใหม่  ความเชื่อเรื่องเห็ดหลินจือสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้ดี คงไม่ใช่เรื่องงมงายอีกต่อไป  ครั้นจะไม่เชื่อก็อดสงสัยไม่ได้ว่า  เหตุใดจึงมีผู้นิยมใช้กันนานกว่า 2000 ปี  เพราะถ้าไม่มีประโยชน์ก็น่าที่จะสูญจากวงการไป  และยังมีผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งรวมถึงโรคอื่น ๆ หลายราย  มีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  หลังจากใช้เห็ดหลินจือทำการรักษา  ทั้ง ๆ ที่โรคเหล่านั้นยังไม่มียารักษาได้

ประโยชน์ทางการแพทย์
ปัจจุบันเห็ดหลินจือ ได้มีผู้นิยมใช้บริโภคกันอย่างกว้างขวางในรูปของยาต้มแบบโบราณและยาเม็ดชนิดแคปซูลแบบแผนปัจจุบัน เพื่อสะดวกในการบริโภคและพกพา ไม่ต้องต้มให้เสียเวลา แต่ต้องแน่ใจด้วยว่าเป็นสารที่สกัดจากเห็ดหลินจือเท่านั้น จึงจะออกฤทธิ์ได้ดีกว่า ประเภทนี้นำเนื้อเห็ดหลินจือมาบดบรรจุแคปซูล และตามตำรายาแผนโบราณได้กำหนดให้กินเห็ดหลินจือสกัด วันละ 2-10 กรัม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้เพื่อบำรุงร่างกาย หรือรักษา
 

ผลข้างเคียง

พบน้อยมาก  การใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดคอแห้ง (dry throat)  อึดอัดในท้อง (upset stomach) หรือผื่นที่ผิวหนัง (skin rash) (1) เมื่อเริ่มบริโภคใหม่ ๆ สำหรับบางคนอาจมีการถ่ายท้องเล็กน้อย เพราะร่างกายยังไม่เคยชิน  แพทย์แผนโบราณอธิบายว่าเป็นเรื่องดี  เปรียบเสมือนการขับพิษ  หรือสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ออกไปจากร่างกาย  และมักจะเป็นอยู่สองสามวันก็หายไป  แต่ถ้าหากกังวลว่าจะรับยาไม่ได้ ควรเริ่มต้นในขนาดเจือจาง  หรือวันละ 1-2 เม็ด  แล้วค่อย ๆ เพิ่มปริมาณขึ้นทีละน้อย และในส่วนด้านพิษวิทยาแผนปัจจุบันพบว่า เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยไม่มีอันตรายต่อร่างกาย




สมุนไพรที่น่ารู้จัก

เรื่องที ๑ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (grape seed extract) article
เรื่องที่ ๒ สมุนไพร โสม article
เรื่องที่ ๔ สารสกัดจากเปลือกต้นสนมาริไทม์Pine Bark Extract article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

เอ็กซ์ฟากรุ๊ป
โทร. 02-5384438 085-6898413 Fax. 02-5304938